14. คนเก่งวิธีคิดแต่ละระดับความคิดแบบไหน ?
ผู้บริหารที่เก่ง ๆ วิธีคิดจะต้องพัฒนา ปรับปรุงวิธีคิดหรือแนวคิดใหม่ ๆ ให้ตนเองอยู่เสมอ เพื่อนำมาใช้กับการวางแผน การตัดสินใจและการพัฒนาความสามารถของตนเองให้บรรลุศักยภาพของตนเองถึงขั้นสูงสุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ปัจจุบันนี้ ตัวเราเป็นนักคิดที่บรรลุถึงขั้นสูงสุดของศักยภาพที่เรามีอยู่แล้วหรือยัง ? วัดได้จากอะไรได้บ้าง ? มีวิธีวัดแบบไหน ? เราวัดตัวเราเองได้ไหม ? เราควรจะทำอย่างไรดี ?
มีวิธีวัดระดับความคิดของผู้บริหารแบบง่าย ๆ ง่ายมาก ๆ ซึ่งเราสามารถวัดและประเมินวิธีคิดของเราได้ด้วยตัวของเราเอง สามารถแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้ (ลองวัดว่าเรามีวิธีคิดระดับไหนดูครับ)
วิธีคิดระดับที่หนึ่ง : “นักคิดระดับพื้นฐาน (Basic Thinking)” เป็นทักษะความคิดขั้นพี้นฐานไม่ซับซ้อน ซึ่งเมื่อสมองรับรู้ เกิดความรู้สึกหรือเห็นอะไร ? ก็สรุปแบบนั้นเลย มีสติคิดอยู่กับเรื่องที่ต้องทำในปัจจุบันที่อยู่ตรงข้างหน้าเท่านั้น นำความรู้และประสบการณ์ในอดึตมาคิดและตัดสินใจโดยทราบว่าจะเกิดผลอย่างไรในอนาคต เช่น “กาแฟดำ ก็มีกาแฟ ใส่น้ำร้อน” คิดง่าย ๆ เช่นนี้แล้วก็จบ เป็นต้น
วิธีคิดระดับที่สอง : “นักคิดเชิงระบบ (System Thinking)” เป็นการคิดที่เริ่มซับซ้อน มีมิติมากขึ้น เมื่อสมองได้รับรู้ในเรื่องราวต่าง ๆ ก็สามารถที่จะมองเห็นภาพรวมของทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นโครงสร้างทั้งหมด และเห็นความสัมพันธ์และผลกระทบของแต่ละส่วนที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันเป็นลำดับขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนจบกระบวนการ เช่น “กาแฟดำ มีรสหวาน มีกาแฟ ใส่น้ำร้อน” ภาพที่เห็น “ใช้กาแฟ 1 ข้อน ใส่น้ำตาล 1 ช้อน เติมน้ำร้อน 1 ถ้วย ใช้ช้อนคนให้ทุกอย่างผสมเข้ากัน” เป็นการคิดเห็นกระบวนการ เป็นขั้นตอนตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนจบกระบวนการ เป็นต้น
วิธีคิดระดับที่สาม : “นักคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking)” เป็นการคิดที่ซับซ้อนมากขึ้น มีมิติมากขึ้น เป็นการถอดกระบวนการและขั้นตอนต่าง ๆ ออกเป็นส่วน ๆ เป็นชิ้นย่อย ๆ นำมาแยกแยะ พิจารณา ศึกษาทำความเข้าใจในองค์ประกอบต่าง ๆ และหาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบเชิงเหตุผลระหว่างองค์ประกอบเหล่านั้น และสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นของแต่ละส่วนให้ชัดเจน มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันได้อย่างไร ? เช่น “กาแฟ น้ำตาล น้ำร้อน ถ้วย แต่ละอย่างมีองค์ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ?” “แยกส่วนประกอบออกมาให้ได้เป็นส่วนย่อยเล็ก ๆ ลงไปอีก เช่น กาแฟทำจากเมล็ดกาแฟพันธ์อะไร ? น้ำตาลทรายขาว/แดง หรือ น้ำเชื่อม” ถอดทุกอย่างออกมาเป็นชิ้น ๆ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนจบกระบวนการ หาสาเหตุที่ชัดเจนของสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นต้น
วิธีคิดระดับที่สี่ : “นักคิดเชิงวิจัย (Research Thinking)” เป็นการคิดในกระบวนการแสวงหาและศึกษา ค้นคว้า ความรู้ ความจริง อย่างเป็นระบบที่ลุ่มลึกและวิเคราะห์ตีความโดยทางวิทยาศาสตร์ในองค์ประกอบของส่วนย่อย ชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยทุก ๆ ส่วนในทุกขั้นตอน ในระบบทั้งหมด เพื่อนำมาแก้ปัญหาหรือพัฒนา ส่งเสริมและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ดีขึ้น เช่น “กาแฟทำจากเมล็ดกาแฟมีหลายพันธ์ มีรสขม มีกลิ่นหอม น้ำตาลทำจากอ้อยมีรสหวานจะช่วยลดความขมของกาแฟ น้ำร้อนทำให้กาแฟและน้ำตาลละลายเมื่อคนแล้วจะทำให้ผสมเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกันส่งกลิ่นหอม ทำให้อยากดื่ม ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น” เป็นความคิดที่มีมิติลุ่มลึกเข้าไปในรายละเอียดของทุก ๆ ส่วน อย่างมีเหตุและมีผล
วิธีคิดระดับที่ห้า : “นักคิดเชิงสังเคราะห์ (Synthesis Thinking)” เป็นการคิดที่สามารถในการดึง การรวบรวมองค์ประกอบของสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ศึกษา ค้นคว้ามา มาผสมผสานเข้าด้วยกัน นำมาพัฒนาให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ เป็นความคิดใหม่หรือเป็นสินค้าใหม่ได้ ตามที่ต้องการ เช่น “การผลิตกาแฟซอง 3 in 1” เป็นการคิดใหม่พัฒนาส่วนประกอบต่าง ๆ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นสินค้าใหม่ได้
วิธีคิดระดับที่หก : “นักคิดเชิงบรูณาการณ์ (Integrative Thinking)” เป็นความคิดที่สามารถหล่อหลอมรวมกันให้เกิดความสมบรูณ์ขององค์ประกอบทั้งหมด มองเห็นเป็นภาพรวม สามารถเชื่อมโยงแนวคิด และความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงความสัมพันธ์ขององค์ประกอบย่อยเข้ากับองค์ประกอบหลักได้อย่างเหมาะสม เช่น “เห็นกลุ่มลูกค้า เห็นการตลาดแบบบูรณาการ เห็นตัวสินค้า(กาแฟซอง 3 in 1) เห็นกระบวนการผลิตแบบควบวงจร เห็นกระบวนการบริหารจัดการทั้งหมด” เป็นการหล่อหลอมรวมกันผสมผสานเชื่อมโยงที่สมบรูณ์แบบครบวงจร
ท่านผู้บริหารทุก ๆ ท่านครับ ท่านเป็นนักคิดที่มีวิธีคิดแบบไหน ? ท่านอยู่ในระดับไหน ? หรือ ท่านเป็นผู้ผสมผสาน พลิกแพลงวิธีคิดตามสถานะการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ครับ ? วิธีคิดฝึกได้ครับ !
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น