22. การนำกลยุทธ์ไปปฎิบัติ ขั้นตอนที่ 4
ชั้นตอนที่ 4. การนำกลยุทธ์ไปปฎิบัติ
การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ
คือกระบวนการที่ผู้บริหารและหัวหน้างานและทีมงานได้นำกลยุทธ์ที่ได้เลือกแล้ว ใน “ขั้นตอนที่
3 การกำหนดกลยุทธ์” ไปจัดทำแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน เช่น กลยุทธ์ระดับที่ 1
เลือกที่จะ”บุก” ก็ต้องมากำหนดในกลยุทธ์ระดับที่ 2 ในการบุกนี้ จะเลือก”เน้นกลยุทธ์”อะไรบ้าง
? เช่น
เน้นต้นทุน เน้นความแตกต่าง เป็นต้น แล้วมา”กำหนดวิธีปฎิบัติในระดับที่ 3” เพื่อที่จะเน้นไปพัฒนา
ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง อะไร ?
ทำไม ? ที่ไหน
? เมือไร ? อย่างไร ? เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ ตามที่ต้องการ
ปัจจัยที่ทำให้การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติใช้ให้เกิดผลสำเร็จได้
5 หัวข้อ ดังนี้
ประการที่ 1. การประสานงานภายในองค์กรที่สอดคล้องกัน
ทำไมผู้บริหารงานและหัวหน้างานที่เก่ง
ๆ มักจะเน้นการสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี และสนุกสนาน
เพื่อให้ทุกคนได้มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ร่วมเป็นทีมงานเดียวกัน อุปสรรคสำคัญในการนำกลยุทธ์มาปฏิบัติคือ
ไม่สามารถประสานงาน และได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอจากผู้ร่วมงานที่อยู่ในแผนกอื่นได้ดี
ดังนั้นการประสานงานเพื่อให้เกิดความร่วมมือจากแผนกอื่นๆ ในองค์กรเดียวกัน
เป็นแนวทางที่จะทำให้การดำเนินกลยุทธ์ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายได้
มือประสานสิบทิศสำคัญมาก ๆ
ประการที่ 2. การปฏิบัติโดยยึดตามแผนที่วางไว้
พร้อมมีการพัฒนา ปรับ เปลี่ยนแปลงให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม
การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ
เป็นกระบวนการที่ผู้บริหารและหัวหน้างานพร้อมทีมงานได้จัดทำ โครงการหรือแผนการดำเนินงาน
กำหนดรายละเอียดการดำเนินการในด้านต่าง ๆ ตามกลยุทธ์ต่าง ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อเกิดมีปัญหาหรือพบโอกาสใหม่
ๆที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ในระหว่างที่ดำเนินการตามแผนที่ได้กำหนดไว้ เช่น
โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ หรือความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
อาจทำให้การปฏิบัติงานไม่สามารถดำเนินได้ตามแผน เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และไม่สามารถแก้ไขหรือสนับสนุนเหตุการณ์นั้นได้ทันท่วงที
ทำให้การดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ไม่ประสบผลสำเร็จ ดังนั้น ผู้บริหารและหัวหน้างานและทีมงานควรมีความสามารถในการหาแนวทาง
แก้ปัญหา รับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและสามารพพัฒนา
ปรับเปลี่ยน ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้
ประการที่ 3.
ภาวะผู้นำของผู้บริหารและหัวหน้างาน
ภาวะผู้นำของผู้บริหารและหัวหน้างาน
จะต้องชัดเจนในด้านการให้คำแนะนำ การตัดสินใจแก้ปัญหา และการสนับสนุน ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการกำหนดให้แผนกลยุทธ์ขององค์กร
ที่มีต่อทีมงานและพนักงานแต่ละทีมงาน เข้าใจความหมายและนำไปปฏิบัติได้อย่างสอดคล้องกันในทุกระดับ
พร้อมทั้งมีการติดตามดูความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด เป็นการผลักดันให้กลยุทธ์ได้มีการนำไปปฏิบัติใช้ในองค์กร
และที่สำคัญ ผู้บริหารจะต้องมีการกระจายภาวะผู้นำ อำนาจความรับผิดชอบจากผู้บริหารระดับสูงไปยังผู้รับผิดชอบระดับรอง
ๆ ลงมาเพื่อช่วยกำกับและช่วยเหลือผู้จัดการที่รับผิดชอบของแผนก/ฝ่ายต่างๆ
ขององค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และวัฒนธรรมองค์กรด้วย
ประการที่ 4. การสื่อสาร ให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน
เหมือนกัน เพื่อที่จะสร้างแรงจูงใจของคนในองค์กร
การสื่อสารระหว่างผู้บริหารและผู้จัดการและทีมงานเพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน
จะทำให้องค์กรลดปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานเ ทั้งยังสามารถช่วยให้การปฎิบัติตามกลยุทธ์ขององค์กรนำไปสู่ผลลัพธ์ที่มุ่งหวังได้
ผู้บริหารและหัวหน้างาน ต้องมีการสื่อสารเป้าหมายของกลยุทธ์ที่ชัดเจน
ให้กับทีมงานและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีความเข้าใจตรงกัน
มีการปฎิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งบางครั้งผู้บริหารและหัวหน้างานตั้งใจจะสื่อสาร
แต่ก็ทำให้พนักงานและผู้ปฎิบัติสับสนไม่แน่ใจว่า เรื่องไหนเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัท
และปฏิบัติงานได้ไม่ตรงตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้
ประการที่ 5. วัฒนธรรมการสร้างผลงานนำไปสู่การดำเนินการที่ประสบความสำเร็จ
ธรรมเนียมการปฎิบัติขององค์กรที่
มีการมุ่งเน้นไปที่ผลการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดการนำไปสู่วิธีการปฎิบัติงานประจำวันที่ดีขององค์กรเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
ซึ่งกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญและให้รางวัลเมื่อบรรลุเป้าหมาย ดังนั้น
หากผู้บริหาร หัวหน้างาน ทีมงานและพนักงานมีความเชื่อว่าเมื่อทำผลงานให้ได้ตามเป้าหมาย
การปฎิบัติงานของทุกคนก็มีแนวโน้มที่จะยึดมั่นตามวัฒนธรรมการสร้างผลงานที่มีต่อองค์กร
นอกจากนี้การประเมินผลการดำเนินงานควรนำเรื่องความสามารถในการประสานงาน
การปรับเปลี่ยน การพัฒนา ภาวะผู้นำและการสื่อสาร การจูงใจ กับหน่วยงานอื่น ๆ
ไว้ด้วย เพื่อทำให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่มีโอกาสประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น
ผู้บริหารและหัวหน้างานและทีมงาน ที่มีการนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลได้จริง
จึงถือเป็นความสามารถที่เก่งมาก ๆ และ ในการประสานงานร่วมมือกับแผนก/ฝ่ายต่างๆ
ขององค์กรได้อย่างสอดคล้องกันไปพร้อมกับ มีการปรับตัว เปลี่ยนแปลง พัฒนาให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมภายนอกและภายใน
รวมไปถึงการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้กลยุทธ์ขององค์กรประสบความสำเร็จ
ตามที่ต้องการได้จริง ๆ นะครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น