20.
การวางแผนกลยุทธ์ ขั้นตอนที่ 2
ชั้นตอนที่ 2. กำหนดพันธกิจและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์
ผู้บริหารหรือหัวหน้า จะต้องกำหนดทิศทางที่องค์กรต้องการจะเป็น
? และจะต้องเดินทางไปในทิศทางไหน ? ซึ่งเป็นการกำหนด วิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจหรือภารกิจ (Mission) และ เป้าหมายหรือเป้าประสงค์ (Goals or Objective) นั้นเอง
ข้อแตกต่างของ วิสัยทัศน์
(Vision) พันธกิจหรือภารกิจ (Mission) และ
เป้าหมายหรือเป้าประสงค์ (Goals or Objective) คือ
1.
วิสัยทัศน์ (Vision) เป็นเป้าหมายระยะยาว และ เป็นหมายหลักขององค์กร
2.
พันธกิจหรือภารกิจ (Mission) เป็นเป้าหมายระยะกลาง
เพื่อจะทำให้วิสัยทัศน์ประสบความสำเร็จ
3.
เป้าหมายหรือเป้าประสงค์ (Goals
or Objective)
เป็นเป้าหมายระยะสั้น เพื่อทำให้พันธกิจประสบความสำเร็จ
ข้อดีของการมีวิสัยทัศน์ ก็คือ
1.
เป็นการกำหนดทิศทางขององค์กรที่ชัดเจน
2.
ทำให้คนภายในองค์กร
ทราบดีว่า “อะไรที่ควรทำ” และ “องค์กรต้องการอะไร ?”
3.
สื่อสารให้ภายนอกองค์กรรับรู้ว่า
“องค์กรทำอะไร ?” และ “มีทิศทางไปทางไหน ?”
ข้อควรคำนึงถีงในการกำหนดวิสัยทัศน์มีดังนี้
1.
สินค้าและบริการขององค์กร
2.
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
3.
ต้องการเป็นอะไรในอนาคต
ตัวอย่าง
วิสัยทัศน์ ขององค์กรใหญ่ ๆ มีดังนี้
1.
“ครัวของโลก
(Kitchen of the World)” ของบริษัท
ซีพี
2.
“สร้างสรรค์ความเป็นเลิศ
เพื่อเป็นสายการบินที่ดีที่สุดของเอเชีย” ของสายการบินบางกอกแอร์
3.
“ธนาคารที่น่าชื่นชมที่สุด
(The Most Admired Bank)”
ชองธนาคารไทยพาณิชน์
4.
“เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย”
บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
พันธกิจ หรือ ภารกิจ (Mission) หมายถึง
สิ่งที่องค์กรจะต้องดำเนินการและจะต้องทำให้สำเร็จ เพื่อให้องค์กรไปถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการ ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะกลาง 3 – 5 ปี
ซึ่งองค์กรควรจะทำให้สำเร็จ เพื่อให้เข้าใกล้เป้าหมายตามวิสัยทัศน์
พันธกิจขององค์กรควรมีองค์ประกอบที่สำคัญ
3 อย่างหลัก ได้แก่
1.
จุดประสงค์และเป้าหมายขององค์กร - ตลาดหลัก
- ใครคือกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ
2.
ผู้ได้ประโยชน์ และ ให้การสนับสนุน -
สินค้าหรือบริการอะไรที่คุณจะจัดหาให้กับลูกค้า
3.
วิธีการสร้างความแตกต่าง - อะไรที่จะทำให้สินค้าหรือบริการของคุณเป็นหนึ่ง
ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเลือกคุณ
ตัวอย่าง พันธกิจ ของบริษัทใหญ่ ๆ มีดังนี้
1.
“ดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจรเพื่อเป็นผู้นำในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน”
ของบริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
2.
“สร้างความผูกพันกับลูกค้า
ด้วยสินค้าและบริการที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม มุ่งสู่องค์กรคุณภาพและมีความยั่งยืน”
ของบริษัท บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
การกำหนดเป้าหมาย
หรือ วัตถุประสงค์ (Goals or Objective)
การกำหนดเป้าหมายหลักและเป้าหมายย่อยให้ชัดเจน
จะทำให้เรามีทิศทางในการดำเนินงานได้แม่นยำขึ้น ยิ่งเป้าหมายมีความละเอียดแค่ไหน
ก็ยิ่งทำให้เราสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิผลมาก เช่น เป้าหมายย่อย
(ด้านเวลา) จะกำหนดเป็นรายเดือน, รายสัปดาห์หรือรายวัน
แล้วแต่ลักษณะธุรกิจ ยิ่งเรากำหนดย่อยเราก็ต้องมีแผนงานรองรับมากขึ้น
พอมีแผนงานรองรับมากเท่าไร ก็ทำให้เราดำเนินการตามแผนได้ดีขึ้นเท่านั้น
การตั้งเป้าหมายขององค์กรโดยนำหลักการ SMART และ KPI มาใช้เป็นแนวทางดังนี้
1.
S
: Specific – เฉพาะเจาะจง เป็นเรื่องอะไร
2.
M
: Measurable – สามารถวัดผลได้
3.
A
: Achievable / Attainable – สามารถทำได้ไม่ยากเกินไป และ บรรลุผลได้
4.
R
: Realistic / Relevant – มีความเป็นจริง สมเหตุสมผลและสอดคล้อง
เกี่ยวข้องเป็นประโยขน์กับเรา
5.
T
: Timely – กำหนดช่วงเวลาที่ชัดเจน สามารถทำให้แล้วเสร็จได้แน่ชัด
6.
KPI : Key
Performance Indicator - ดัชนีชี้วัดผลงาน หรือ ความสำเร็จของงาน
“ผู้ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่...เริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน”
เป้าหมายที่ดี ต้องชัดเจนทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เช่น อัตราเข้าพักเฉลี่ย 70 - 80 % ตลอดปี รายได้ห้องพัก ..... บาท เฉลี่ยต่อห้อง ..... บาท และรายได้ห้องอาหาร ..... บาท เฉลี่ยต่อหัว ...... บาท ต่อปี ต้นทุน 30 % ค่าใช้จ่าย 50 % กำไร 20 % มีลูกค้าเดิมมาใช้บริการ 20 % ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 20 – 30 % เป็นต้น
หวังว่า ผู้บริหารและหัวหน้างานทุกท่าน คงได้กำหนด วิสัยทัศน์ ภารกิจ และ เป้าหมาย ร่วมกับทีมงานไว้เรียบร้อยทุก ๆ ปี นะครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น