21. กลยุทธ์3

 

21. การสร้างกลยุทธ์ ขั้นตอนที่ 3

ชั้นตอนที่ 3. การสร้างกลยุทธ์

      การสร้างกลยุทธ์ เป็นการพัฒนาแผนจาก TOWS Matrix ซึ่งเป็น การจับคู่ของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก โอกาศและอุปสรรค์ และการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน จาการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน โดยจะต้องสรุปและกำหนดเลือกกลยุทธ์ที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับองค์กรที่สุด ผู้บริหารต้องหาวิธีทำอย่างไรองค์กรจึงจะไปถึงเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ได้ โดยใช้ความได้เปรียบขององค์กรกำหนดเป็นกลยุทธ์ ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงระดับที่แตกต่างกันของกลยุทธ์ด้วย ซึ่งมีทั้งสิ้น 3 ระดับ คือ

1.       กลยุทธ์ระดับองค์การ (Corporate Strategy)

เป็นการมองภาพรวมเพื่อกำหนดเป้าหมายหลักและทิศทางขององค์กร   ครอบคลุม  และบ่งบอกถึงกลยุทธ์องค์กรจะมีการพัฒนาไปสู่ทิศทางใด จะดำเนินงานอย่างไร และจะจัดสรรทรัพยากรไปยังแต่ละหน่วยขององค์การอย่างไร ผู้บริหารระดับสูง และ หัวหน้างาน ต้องขัดเจนในกลยุทธ์นี้ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบด้วยกันได้แก่

1.1    บุก - Growthกลยุทธ์เพื่อเน้นการเติบโตด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การขยายตลาด การร่วมพันธมิตร เป็นต้น

1.2    ตรึง - Stabilityกลยุทธ์แบบคงตัวที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงหรือลงทุนอะไรเพิ่มเติม แต่พยายามรักษามาตรฐานผลการดำเนินงานให้คงที่

1.3    ถอย - Retrenchmentกลยุทธ์แบบหดตัว ซึ่งมักจะพบในกลุ่มบริษัทที่มีความต้องการที่ลดลง อาทิ กลุ่มธนาคารสาขาส่วนใหญ่จำเป็นต้องปิดตัวลงและให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น

2.       กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Strategy)

เป็นการกำหนดกลยุทธ์ที่มุ่งปรับปรุงฐานะการแข่งขันขององค์กรกับคู่แข่ง และระบุถึงวิธีการที่องค์การจะใช้ในการแข่งขัน มุ่งปรับปรุงฐานะการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น โดยอาจรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกันไว้ด้วยกัน ภายในหน่วยธุรกิจเชิงกลยุทธ์ (Strategic Business Unit – SBU) เดียวกัน กลยุทธ์ระดับธุรกิจของ SBU นี้จะมุ่งการเพิ่มกำไร (Improving Profitability) และขยายการเติบโต (Growth) ให้มากขึ้น บางครั้งจึงเรียกกลยุทธ์ในระดับนี้ว่ากลยุทธ์การแข่งขัน (Competitive Strategy) ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่สำคัญเกี่ยวกับวิธีการเติบโต การสร้างธุรกิจหลักใหม่ การระบุเครื่องมือใหม่ของการทำงาน การจัดสรรทรัพยากรและการบรรลุประสิทธิภาพด้านต้นทุน ซึ่งจะพบบ่อยครั้งได้แก่ 5 กลยุทธ์ดังนี้

2.1 เน้นต้นทุน - Cost Leadershipกลยุทธ์สร้างราคาต้นทุนที่ต่ำกว่า เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้ในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งในตลาด และก้าวเป็นผู้ที่สามารถกำหนดราคาสินค้าในตลาดได้

2.2 เน้นความแตกต่าง - Differentiationกลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง เน้นความเชี่ยวชาญ ความได้เปรียบ หรือ การหา Positioning ใหม่ขององค์กรที่ยังไม่มีคู่แข่งอยู่หรือลงไปเล่นด้วยมากนัก เพื่อให้ดึงดูดความสนใจและเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ได้

2.3 เน้นลูกค้า - Customer Centricกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการของลูกค้า โดยการเอาลูกค้าเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นผลิตภัณฑ์ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือออกแบบสินค้าและการบริการให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อยู่เสมอ

2.4 เน้นเฉพาะกลุ่ม - Niche Marketกลยุทธ์การเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มด้วยการกำหนดกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องขายทุกคน แต่เลือกเฉพาะกลุ่ม ซึ่งข้อดีคือจะทำให้องค์กรของเรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างชัดเจน และไม่จำเป็นต้องแข่งกับองค์กรอื่นมากนัก

2.5 เน้นต้นทุนเฉพาะกลุ่ม - Cost Focusกลยุทธ์ที่เป็นการประยุกต์รวมกันของ Cost Leadership และ Niche market ที่เน้นขายให้กับกลุ่มที่เฉพาะเจาะจงกว่าในต้นทุนที่ต่ำ เช่น สายการบินราคาประหยัด (Low Cost Airline) สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางแบบประหยัด เป็นต้น

3.       กลยุทธ์ระดับปฏิบัติการ (Operational Strategy)

เป็นการพัฒนาและกำหนดวิธีการทำงานของภายในองค์กร กับหน่วยงาน (Function) ต่าง ๆเพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความเร็ว ประสิทธิภาพและการบริหารต้นทุน โดยอยู่ภายใต้กรอบของกลยุทธ์ระดับองค์การและกลยุทธ์ระดับธุรกิจ ซึ่งกลยุทธ์ระดับนี้จะมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละหน้าที่ เช่น

3.1 ฝ่ายปฎิบัติการ - Implementation – กลยุทธ์เพื่อการพัฒนาและกำหนดวิธีทำงานสายการผลิตและบริการให้ได้ผลผลิตและการบริการที่รวดเร็วควบคู่ไปกับคุณภาพ ได้มีการเตรียมพร้อมสำหรับการจัดลำดับความสำคัญ การพัฒนาความคิดริเริ่ม การเปลี่ยนแปลง และการวางแผนพัฒนาการเปลี่ยนแปลง

3.2 ฝ่ายการตลาด – Marketing – กลยุทธ์เพื่อการวางแผน Brand positioning และ Brand identity เพื่อให้เป็น Top-of-mind ในตลาด รวมถึงการบริหารค่าใช้จ่ายให้คุ้มค่ากับการลงทุน (Return on Investment)

3.3 ฝ่ายการเงิน Financial – กลยุทธ์เพื่อการบริหารจัดการกระแสเงินสดซึ่งเปรียบเสมือนกับเส้นเลือดของธุรกิจอย่างไรให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย รวมไปถึงการมองหาโอกาสของแหล่งเงินทุน เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่น

ผู้บริหารและหัวหน้างาน ที่มีส่วนในการสร้างกลยุทธ์ ต้องมีความแม่นยำ ในขั้นตอนในแต่ระดับให้ชัดเจน เมื่อในระดับที่ 1 เลือกที่จะบุก ก็ต้องมากำหนดในระดับที่ 2 ในการบุกนี้ จะเลือกเน้นอะไรบ้าง ? แล้วค่อยมากำหนดวิธีปฎิบัติในระดับที่ 3 จะไปพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง อะไร ? ทำไม ?  ที่ไหน ?  เมือไร ? อย่างไร ? นะครับ.

       

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หัวหน้างานที่ดี

    “ ศิลปการเป็นสุดยอดผู้บริหารและผู้นำที่ดี”   “ The Art of Super Boss and Good Leadership ”          เรื่องการบริหารคนจากประสบการณ์ชีวิต...