3. พัฒนาคิด

 3. เก่งพัฒนาความคิด

“เก่งงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องเก่งคน และเก่งคิดด้วย”

(เรื่อง เก่งคิด “การพัฒนาความคิด” “ก็แค่เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยนไป ทันที”)
ผู้บริหารที่เก่ง ๆ มีความสามารถจะต้องเสาะแสวงหา เรียนรู้เทคนิคและเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะนำมาช่วยในการพัฒนาวิธีคิด ซึ่งเมื่อนำเทคนิคต่าง ๆ เครื่องมือต่าง ๆ เหล่านี้มาใช้ จะทำให้กระบวนการพัฒนาวิธีคิดในเรื่องต่าง ๆ นั้น มีความสนุกสนาน ตื่นเต้น น่าสนใจ ชวนให้ลงมือพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการพัฒนาการคิดนั้น ๆ และได้รับผลที่ดีจากการพัฒนานั้น ทำให้มีวิธีคิดที่ดีขึ้น
มีเทคนิคการพัฒนาวิธีคิดอะไรบ้าง ? ที่ง่าย ๆ และก็ง่ายจริง ๆ ที่เราควรทราบ เพื่อนำมาพัฒนาตัวเองได้ง่าย ๆ ไม่ยากนัก และสามารถทำได้เลยหลังจากอ่านบทความนี้จบ มีดังนี้นะครับ
เรานำแนวคิดมาจากเรื่อง “การพูดก็มาจากความคิด” คือ คิดอย่างไร ? ก็พูดออกมาเป็นอย่างนั้น ? ซึ่งเป็นแนวคิดของคนปกติธรรมดาพื้นฐานทั่ว ๆ ไป ดังนั้นเราก็แบ่งการพูดออกมาเป็น 2 แนวทางคือ
1. แนวการพูดแบบที่หนึ่ง คือ พวกพูดได้ หมายถึง เห็นปุป พูดปัป แล้วค่อยมาคิดทีหลัง
2. แนวการพูดแบบที่สอง คือ พวกพูดเป็น หมายถึง เห็นปุป คิดก่อนปัป พิจารณาก่อนแล้วค่อยพูด
ดังนั้นนั้นเราจะเห็นได้ว่า ความคิดมีอิทธิพลกับการพูดเป็นอย่างมาก และการคิดก็คล้าย ๆ กับการพูดนั้นเอง ซึ่งเราสามารถแบ่งออกเป็น 2 แนวทางความคิดแบบง่าย ๆ ที่ทำให้เราต้องตัดสินใจ ดังนี้
1. แนวคิดแบบที่หนึ่ง คือ คิดได้ หมายถึง เห็นปุป คิดปัป ตัดสินใจปุป เลย
2. แนวคิดแบบที่สอง คือ คิดเป็น หมายถึง เห็นปุป คิดปัป พิจารณาไตร่ตรอง แล้วค่อยตัดสินใจ
เทคนิคและเครื่องมือในการพัฒนาความคิดที่เราต้องนำมาใช้ ในการพัฒนา มี 3 วิธีง่าย ๆ ดังนี้
วิธีที่หนึ่ง : สิ่งแรกสุดที่เราต้องคิดและลงมือทำทันทีก็คือ “เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดของเราก่อน” ซึ่ง “ก็แค่เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตเราก็จะเปลี่ยนไปในทันที” นะครับ ขอให้ลองหยุดหรือเลิกคิดแบบเดิม ๆ ก่อน ลุกขึ้นเดินเล่นสักพัก หายใจลึก ๆ แล้วลองคิดใหม่ เช่น “ฉันเกลียดคนเนี้ยยยย” เปลี่ยนเป็น “ฉันให้อภัยเขาแล้ว ฉันยกโทษให้เขาหมดแล้ว ฉันมีความสุขมากจังเลยตอนนี้” แค่เนี้ยยย ชีวิตก็เปลี่ยนไปทันที จากเห็นหน้าแล้วหงุดหงิด เปลี่ยนเป็น เห็นหน้าแล้วยิ้มได้ หัวเราะได้ ง่ายไหมครับ ? เคล็ดลับ “เราต้องยอมรับที่จะยอมเปลี่ยนความคิดของเราเองก่อนนะครับ” เท่ากับ “เริ่มคิดนอกกรอบเป็นแล้ว”
วิธีที่สอง : หากเรามีวิธีคิดแบบแนวทางที่หนึ่งอยู่แล้ว คือ “คนประเภทคิดได้” การพัฒนาเราก็ต้องไปเน้นพัฒนาที่วิธีคิดปุป และการตัดสินใจปัปของตัวเรา ที่มีวิธีการคิดและตัดสินใจรวดเร็วจนเกินไป เราต้องมาพัฒนาปรับปรุงจิตใจของเรา ให้ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ คิดก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาตัดสินใจ ลักษณะวิธีคิดแบบนี้เรามักจะได้ยินคำว่า “คิดอยู่ในกรอบ” กรอบอันนี้หมายถึง สิ่งที่เราเรียนรู้มา เข้าใจมา เคยเห็น เคยสัมผัส มีประสบการณ์และมีความเชื่อว่าต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น ดังนั้น พอเห็นหรือรับรู้อะไรปุป ? เราก็สรุปปัป ทันทีว่าต้องเป็นอย่างงี้ อย่างงั้น เท่านั้น ดังนั้นกรอบที่เรากำหนดด้วยตัวของเราเองนั้น ต้องมีการพัฒนาให้ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ เราต้องแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ยอมรับสิ่งใหม่ ๆ เพื่อปรับกรอบ กล้าเปลี่ยนแปลงกรอบหรือให้ทะลุออกนอกกรอบคิดเดิม เพือให้เปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ ๆ ได้
วิธีที่สาม : ถ้าเราเป็นพวกแนวคิดที่สอง “ประเภทคิดเป็น” หรือเราเรียกว่า “พวกคิดนอกกรอบ” เมื่อเราสามารถปรับกรอบของเราได้แล้ว หยุดฟังและคิดมากขึ้น ก็จะเริ่มขยับขึ้นมาคิดทะลุออกนอกกรอบ คนประเภทนี้การพัฒนาจะง่ายมากและไปได้เร็วมาก เพราะเปิดใจ เปิดสมอง เปิดมุมมองใหม่อยู่เสมอ กลุ่มนี้ จะสนใจแสวงหาแต่เรื่องใหม่ ๆ ที่มีประโยชน์ ไม่คิดและจำเจแต่เรื่องเก่า ๆ ใช้ความรู้และประสบการณ์เดิมเป็นฐาน นำความรู้และประสบการณใหม่มาคิดต่อยอดทะลุขึ้นไปอีกได้เรื่อย ๆ ยิ่งพัฒนาความรู้สึกทางจิดใจให้มีแต่ความรัก ความเมตตา มองโลกในแง่ดี ๆ ก็จะคิดทะลุกรอบได้มากขึ้น กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเองและสภาพแวดล้อม สร้างบรรยากาศในการทำงานให้มีความสุข คนรอบข้างก็มีความสุขไปด้วย
ก็แค่เปิดใจออกมาเติมความรักลงไปให้มาก ๆ ความคิดก็จะเปลี่ยน ชีวิตก็จะเปลี่ยนไปทันทีครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หัวหน้างานที่ดี

    “ ศิลปการเป็นสุดยอดผู้บริหารและผู้นำที่ดี”   “ The Art of Super Boss and Good Leadership ”          เรื่องการบริหารคนจากประสบการณ์ชีวิต...