25. วิเคราะห์2

 

25. เทคนิคในการวิเคราะเชิงกลยุทธ์ แบบที่สอง “5 Forces Model

Five Forces Model สุดยอดเครื่องมือวิเคราะห์ ‘การแข่งขันธุรกิจ’

     ผู้บริหารและหัวหน้างาน ต้องเข้าใจประโยคที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” การที่จะรู้เขาก็จะต้องใช้เครื่อมมือการวิเคราะห์แรงกดดันทั้ง 5 ที่มีผลต่อสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งมีผลกระทบต่อธุรกิจในการแข่งขัน เพื่อวางแผนกลยุทธ์ขององค์กรและปัจจัยที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ  ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นโดยคุณ Michael E. Porter นักวิชาการด้านกลยุทธ์ที่มีชื่อเสียง มีแรงกดดันอะไรบ้าง มาดูกัน

     Five Forces Model (5 Forces) จะประกอบด้วยปัจจัย 5 ด้านที่เป็นปัจจัยภายนอกซึ่งเราควบคุมไม่ได้ แต่จะสามารถส่งกระทบด้านดีหรือมีผลเสียต่อธุรกิจของเราได้ เป็นแนวคิดง่าย ๆ โดยประกอบไปด้วย ดังนี้


1.      การแข่งขันกันภายในอุตสาหกรรมเดียวกัน (Industry rivalry)

จำนวนคู่แข่งในตลาดมาก ๆ และมีขีดความสามารถที่พอ ๆ กัน จะยิ่งลดโอกาสในการขายสินค้าของเรา ย่อมส่งผลให้มีการแข่งขันที่รุนแรง สิ่งที่มักเกิดขึ้นคือการทำสงครามราคา (Price War) หรือการแย่งชิงลูกค้าด้วยโปรโมชั่นที่จูงใจกว่า สิ่งที่จะรักษาลูกค้าเอาไว้คือการสร้าง Brand Loyalty หรือความจงรักภักดีต่อแบรนด์ เช่น การสร้างประสบการณ์ที่ดีหลังการขาย คำถาม : องค์กรเราทำอะไรบ้าง ?

 

2.      ภัยคุกคามจากผู้แข่งขัน หรือ การเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ (Threat of New Entrants)

การเข้ามาของคู่แข่งหรือการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ ย่อมส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ที่เราเคยได้รับลดน้อยลงไป เพราะมีตัวหารมากขึ้น ทำให้อาจมีกำไรลดลงไม่มากก็น้อย การสร้างความสัมพันธ์อันดีให้ลูกค้าพึงพอใจโดยตรง ให้กลายมาเป็นฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นแทนน่าจะวิธีการที่ดี ส่วนวิธีที่จะป้องกันการเพิ่มขึ้นของคู่แข่ง อาจทำได้ เช่น การสร้างความแตกต่างของสินค้า สร้างความโดดเด่นจนเลียนแบบได้ยาก อุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดยิ่งสูง ภัยคุกคามจากผู้แข่งขันรายใหม่ยิ่งต่ำ สิ่งที่ทำให้คู่แข่งเข้ามาได้ง่ายหรือยาก เราจะเรียกว่า “อุปสรรคในการเข้าสู่ตลาด (barrier of entry)” อุปสรรคยิ่งเยอะ ก็ยิ่งเข้ามาทำธุรกิจนั้น ๆ ได้ยากขึ้น คำถาม : อุปสรรคในการแข่งขันที่มีอยู่มีอะไรบ้าง ? เราได้เตรียมการที่จะทำอะไรบ้าง ? อะไรที่เราแตกต่าง ?

 

3.      อำนาจต่อรองของลูกค้า (Bargaining Power of Customers)

ท่ามกลางการแข่งขันที่มากขึ้น ย่อมต้องสร้างคุณค่าให้กับตัวสินค้าให้มาก ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และจะเสี่ยงมากที่จะทำให้ลูกค้าก็มีอำนาจการต่อรองราคาสินค้าและบริการได้เช่นกัน การต่อรองขอให้ ลด แลก แจก แถม เพื่อให้เป็นไปตามที่ต้องการ หากผู้ขายไม่ตอบสนองความต้องการ ลูกค้าก็อาจหนีไปซื้อสินค้ากับคู่แข่ง นอกจากนั้นเราจะต้องสร้างแบรนด์สินค้าให้แข็งแกร่ง Bargaining Power of Customers หรือ อำนาจต่อรองของลูกค้า ควรทำให้อยู่ในระดับต่ำ คำถาม : ลูกค้าต่อรองอะไรบ้าง และ เราได้สร้างอะไรบ้าง เพื่อป้องกัน หรือ แก้ไข การต่อรองของลูกค้า ?

 

4.      อำนาจต่อรองของซัพพลายเออร์ (Bargaining Power of Suppliers)

แรงกดดันจากซัพพลายเออร์ที่เราติดต่ออยู่ด้วย ซึ่งมีหน้าที่ส่งวัตถุดิบสำหรับการผลิตให้กับเรานั้น มีอำนาจต่อรองมากเกินไป จะทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรของการค้านั้นน้อยลง ซึ่งจะยิ่งแย่มากขึ้นหากซัพพลายเออร์ที่ผลิตวัตถุดิบชนิดนั้น ๆ มีจำนวนน้อยราย และหากราคาขายไม่สามารถขยับขึ้นได้ ก็ยิ่งทำให้ธุรกิจอยู่ในสภาวะเสี่ยงสูงขึ้น ฉะนั้นเราควรรวมกลุ่มสร้างพันธมิตรในธุรกิจที่ผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน เพื่อต่อรองหรือซื้อสินค้ากับซัพพลายเออร์ทีละมากๆ เพื่อให้ราคาของวัตถุดิบถูกลง คำถาม : ซัพลายเออร์ต่อรองอะไรเราบ้าง และ เราได้สร้างอะไรบ้าง เพื่อป้องกัน หรือ แก้ไข การต่อรองของซัพพลายเออร์ ? เรามีพันธมิตรบ้างไหม ?

 

5.      ภัยคุกคามจากสินค้าทดแทน (Threat of Substitute Products or Services)

ผู้บริหารและหัวหน้างานที่มีประสบการณ์เยอะ ๆ ต้องเข้าใจว่าแรงกดดันในหัวข้อนี้ ถือว่าเป็นแรงที่มีผลกระทบมากที่สุด ทำให้เพิ่มทางเลือกแก่ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าทดแทน ซึ่งเราจะต้องพิจารณาว่าลูกค้าสามารถหาสินค้าทดแทนได้ยากง่ายเพียงใด และการเปลี่ยนไปใช้สินค้าทดแทนมีความยากง่ายเพียงใด ระดับราคาและคุณภาพของสินค้าทดแทนเป็นอย่างไรบ้าง ? คำถาม : เราได้สร้างการป้องกันอะไรไว้บ้าง ? หรือเราเองที่เป็นผู้ผลักดันให้ลูกค้าต้องไปซื้อสินค้าทดแทนเอง ?

 

     ผู้บริหารและหัวหน้างาน ที่ใช้เครื่องมือ 5 Forces Model มาช่วยวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก เพื่อเตรียมการ พัฒนา ป้องกัน แก้ไข เปลี่ยนแปลง ต่อสู้กับการแข่งขันทางธุรกิจ หรือการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ที่ได้กำหนดไว้ให้ประสบความสำเร็จ ได้ไม่ยากนัก “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” สำหรับ “รู้เรา (7s)” ก็คือสภาพแวดล้อมภายใน นะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หัวหน้างานที่ดี

    “ ศิลปการเป็นสุดยอดผู้บริหารและผู้นำที่ดี”   “ The Art of Super Boss and Good Leadership ”          เรื่องการบริหารคนจากประสบการณ์ชีวิต...